นางสงกรานต์ปี 2554

กิริณีเทวี

นางสงกรานต์ปี 2554

ปีเถาะ ตรีศก จันทรคติเป็นปกติมาส ปกติวาร สุริยคติเป็นปกติสุรทิน
วันมหาสงกรานต์ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ เมษายน เวลา ๑๓ นาฬิกา ๓๓ นาที ๓๖ วินาที
นางสงกรานต์นามว่า กาฬกิณีเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา
หัตถ์ขวาทรงขอช้าง หัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จนั่งมาเหนือหลังกุญชร(ช้าง)เป็นพาหนะ
พยากรณ์ปีนี้ ทำนายว่า

Continue reading นางสงกรานต์ปี 2554

Groupon

ณ ขณะนี้ธุรกิจในลักษณะ Groupon กำลังเป็นกระแสที่มาแรง จนมีหลายๆ เว็บไซต์ ที่แห่ตามกันใช้โมเดลธุรกิจนี้ในการสร้างรายได้
เนื่องด้วยไม่ต้องไปลงทุนอะไรมากมาย เพียงแค่ติดต่อร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วม และทำการโฆษณาผ่านทั้งเว็บไซต์และ Social Media
ต่างๆ แต่สิ่งสำคัญคืออะไรคือปัจจัยแห่งความสำเร็จ เรามาพิจารณากัน

อะไรคือโมเดลธุรกิจของ Groupon

Groupon.com คือ เว็บไซต์ที่เป็นผู้เริ่มในการจุดกระแสโมเดลธุรกิจแบบใหม่นี้ในสหรัฐอเมริกา โดยที่ทาง Groupon จะไป ติดต่อกับ
ร้านค้าหรือกิจการต่างๆ ในการเสนอราคาของสินค้าหรือบริการที่ถูกกว่าราคา ปกติมากกว่า 50% จากนั้นทาง Groupon ก็ ประชาสัมพันธ์
ในลักษณะของ Deal of the Day ผ่าน Social Media ต่างๆ โดยเฉพาะ Facebook และ Twitter โดยเน้นให้บรรดา Fan หรือ
Follower ชักชวนเพื่อนๆ เข้ามาซื้อแบบร่วมด้วยช่วยกัน โดยมีแรงจูงใจเป็นเงิน $10 สำหรับการแนะนำ ทั้งนี้เนื่องจากมีข้อกำหนดไว้ว่า
จะต้องมีคนเสนอซื้อเข้ามา ครบตามจำนวนที่กำหนด จึงจะได้ในราคาพิเศษที่นำเสนอ หากจำนวนคนเสนอซื้อไม่ครบ การเสนอราคาดัง
กล่าวก็จะถูกยกเลิกไป

จะเรียกว่าเป็นการให้บรรดาปัจเจกชน ทั้งหลายมีอำนาจต่อรองต่อกิจการ เสมือนหนึ่งร้านค้าใหญ่ๆ ที่จะได้ส่วนลดจากราคาส่ง โดยการรวบ
รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ในการซื้อ มี Groupon เสมือนเป็นตัวกลาง ผ่านเครื่องมือ Social Media จึงเรียกรูปแบบของ ธุรกิจนี้ในอีกชื่อหนึ่ง
ว่า “Social Commerce”

ดังนั้น ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ คือ
1. การได้ส่วนลดจำนวนมาก
2. ได้รู้จักกิจการที่เขาไม่เคยรู้จัก
3. หลายแห่งมีการสำรวจกลุ่มลูกค้าว่ามีความชอบอะไร แล้วนำเสนอในสิ่งที่พวก เขาต้องการ

ด้วยรูปแบบในการทำธุรกิจของ Groupon ที่เริ่มต้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทำให้เป็น หนึ่งในเว็บไซต์ที่มีการเติบโตเร็วมากที่สุดแห่งหนึ่ง
ทำรายได้กว่า $500 ล้านในปีนี้ โดยเป็นส่วนแบ่งรายได้ประมาณครึ่งหนึ่งของราคาสินค้าหรือบริการที่นำเสนอขายนั่นเอง

ทำไมธุรกิจจึงยอมร่วมกับ Groupon Continue reading Groupon

ถ่ายรูปอาหาร

[audio:http://www.blog.ibargame.com/wp-content/uploads/2011/03/SuckSeedAcoustic.mp3|titles=SuckSeed(Acoustic)]
งานนอกก็ปิดไม่ได้เจอคู่แข่งทำเว็บปาดหน้าแบบน่าเกลียดมาก งานอาจจะก๊อปกันไปก๊อปกันมา แต่ธุระกิจแบบนี้
เมื่อมีคู่แข่งใหม่เข้ามาขอส่วนแบ่งทางธุระกิจ ก็ไม่น่าจะทำกันถึงขนาดนี้ มันก็ทำให้ผมได้เรียนรู้ชีวิต และเก็บประสบการณ์ชีวิต
ไปเรื่อยๆ ต่อไปนี้เรื่องแบบนี้ถ้าผมเจออีก คงจะแก้ไขสถานการณ์เอาตัวรอดได้ไม่ยาก ฮ่าๆ(ขำแบบฝืดๆ)

ก็ได้รับจ๊อบทำงานเกี่ยวกับพวกการถ่ายรูปอาหาร เงื่อนไขมันก็ไม่ยากแค่ถ่ายออกมาให้ดูน่ากิน แต่มันก็ต้องอยู่อาหารแต่ละร้าน
จะมีไอเดียการจัดแต่งจานอาหารให้น่ากินอย่างไร งานแรกที่ผมได้ไปถ่าย ก็ออกแนวกับแกล้มสุรา อาหารมันเลยออกมาแบบ
ขี้เมาหน่อยๆ(ได้พูดคุยกับกุ๊กที่ทำอาหารมาให้ก็ดูไม่ยาก พวกเดียวกัน อิอิ) มันแตกต่างจากอาหารทางโรงแรม อาหารร้านเหล้า
คงไม่ต้องเน้นอะไรมาก เพราะทำให้ขี้เมากิน ไม่ต้องมีอาร์ทไดเรก คอยควบคุมหน้าตาอาหาร นอกจากรสชาติ เหมือนโรงแรม

อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้มีคนทำเว็บทุกวัน อาชีพรับจ้างทำเว็บเลยเริ่มลดน้อยลง เด๋วนี้ใครจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองทำได้ง่ายๆ
ส่วนเรื่องระบบคงต้องคุยกับโปรแกรมเมอร์ ชะลอยว่าเว็บดีไซน์เนอร์จะด้อยค่าลงไปทุกที open source มีให้ใช้กันครอบคุม
ทุกระบบ บางคนอาจจะเอาไปใช้หากินได้แต่ก็คงจะได้แค่ช่วงนี้เท่านั้นกระมั้ง เพราะเด๋วนี้ไม่มีคนไม่รู้จัก website กันแล้ว

สิ่งที่จะเข้ามาเพิ่มมูลค่าทางเว็บไซต์ พวก seo ก็พอจะเอาตัวรอดไปได้ในวันๆในช่วงเวลานี้ ในอนาคตมูลค่าอาจจะลดน้อยลง
อย่างการค้นหาเด๋วนี้ก็ไม่ได้สนใจชื่อเว็บไซต์สักเท่าไหร่ หาสิ่งที่ต้องการเจอก็ปิดหน้าอื่นไปแล้ว หรือลืมชื่อที่เราหาขอมูลโดนใจ
ผมเคยทำงานบริษัทที่ทำเกี่ยวกับพวก seo ทำไมดีไซน์มันออกมาไม่ได้เรื่องเลย พอได้ทำก็จึงรู้ว่ามันถูกครอบคุมด้วยความคิด
ผ่านความคิดหลายๆขั้นตอน ซึ่งไม่ใช่ความคิดจากดีไซน์เนอร์เลยทั้งหมด งานมันก็ออกมาหน้าตาธรรมดาแล้วไปวัดกันที่เพจแล้งค์
pagelank เอาทีหลังซึงมีระยะเวลาหวังผล ปลอบใจลูกค้า เวลาประมานนี้นะ เว็บยู จะติด เพจแล้งค์ประมาณเท่านี้ รอหน่อยนะ

ผมก็ไม่แน่ใจว่าในอนาคต เว็บไซต์จะมีหน้าตาเปลี่ยนไปอย่างไร ที่รู้แน่ๆถ้าเกิดแผ่นดินไหว ระบบทุกอย่างก็ใช้ไม่ได้ ตอนนี้ทั่วโลก
จับตาอุทกภัยที่เกิดกับญี่ปุ่นและเตรียมการ เอาตัวรอดจากเหตุการณ์ที่เกิดกับญี่ปุ่นกันแล้ว แต่บ้านเรายังหานายกที่ดีไม่ได้เลย
ข้าวของแพง ค่าแรงถูก เงิน 100 บาท กินข้าวได้้ 2 มื้อ (จานละ 35 ไม่รวมค่าน้ำ) ปรกติเราต้องกินกัน3มื้อนี่ แต่ผมตื่นสาย อิอิ
เลยขาดไปมื้อนึง (ขาดวินัยในตัวเองไป อันนี้ไม่โทษใครเลย)

ปล่อย..


“สิ่งใดก็ตามเมื่อก้าวมาถึงจุดที่สูงสุดแล้ว ย่อมต้องคืนกลับไปสู่ความเดิมแท้อันเป็นธรรมดาสามัญอีกครั้ง”

การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการหยุดเอื้ออาทร
แต่หมายถึงการที่ฉันไม่อาจทำอะไรให้ทุกคนได้
การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการแยกตัวออกจากสังคม
แต่เป็นการตระหนักว่าฉันไม่ได้ควบคุมใครอื่น
การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการไม่มีความสามารถ
แต่เป็นการปล่อยให้เรียนรู้เรื่องสำคัญๆได้เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ

การปล่อยวางหมายถึงการยอมรับว่าตนไร้พลังอำนาจ
ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเป็นฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า
การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงความพยายามที่จะไปเปลี่ยนหรือตำหนิผู้อื่น
ด้วยฉันเปลี่ยนได้เฉพาะตัวฉันเท่านั้น
การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการเฝ้ากังวล
แต่เป็นการเอาใจใส่

การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการเข้าไปจัดการ
แต่เข้าไปช่วยสนับสนุน
การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการไปตัดสินคนอื่นเขา
แต่เป็นการปล่อยให้คนอื่นเป็นตัวของตัวเอง
การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการไปวุ่นวายอยู่ท่ามกลางการดำเนินการ
โดยหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่ง

แต่เป็นการปล่อยให้คนอื่นได้ผจญกับผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเขาเอง
การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการปกป้อง
แต่เป็นการยอมให้คนอื่นได้พบกับความจริง
การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธ
แต่เป็นการยอมรับ
การปล่อยวางไม่ใช่การเยาะเย้ย ด่าว่า โต้เถียง
แต่เป็นการแสวงความคิดสั้นของฉัน และแก้ไข

การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการปรับทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ฉันปรารถนา
แต่เป็นการยอมรับกันแต่ละวันที่มาถึง และชื่นชมวันเวลานั้น
การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์หรือจัดการคนอื่น
แต่หมายถึงความพยายามที่จะเป็นอย่างที่ฉันฝันว่า ฉันจะได้เป็น

การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการเสียใจต่ออดีต
แต่หมายถึงการเจริญเติบโตและมีชีวิตอยู่เพื่ออนาคต
การปล่อยวางไม่ได้หมายถึงการกลัวให้น้อยลงและรักให้มากขึ้น
ขอสันติสุขพึงเกิดกับผู้รู้จัก “ปล่อยวาง”

พงษ์ ตนานนท์ บทความจาก “ข่าวคริสตจักร” ปีที่ ๗๐ ฉบับที่ ๖๒๒
(จาก น.ส.พ.มติชน วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๗)

เริ่มต้นด้วยข้างขวา

เมื่อเริ่มต้นคิดอะไรสักงานหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นงาน IA ถ้าใครมาถามเราว่า ควรจะเริ่มต้นอย่างไร
ตอนนี้เราสรุปว่า เราก็จะบอกอย่างนี้ ให้เริ่มที่ข้างขวา
เริ่มต้นด้วยข้างขวา

ข้างขวาในที่นี้คือ “สมองซีกขวา” ที่ๆซึ่งเป็นแหล่งก่อเกิดความคิดแบบสร้างสรรค์ มองภาพแบบองค์รวม ไร้แบบแผน ในขณะที่สมองซีก
ซ้าย ใช้เพื่อการทบทวนพิจารณาใคร่ครวญทางตรรกะ รายละเอียด แพทเทิร์น กระบวนการการออกแบบ การคิดแก้อะไรบางอย่างโดย
ทั่วไป จำเป็นต้องใช้สมองทั้งสองซีก ทำงานสลับและส่งเสริมซึ่งกันและกัน จะขาดซีกใดซีกหนึ่งไปไม่ได้ เพราะถ้าขาดซีกขวา งานที่ออก
มาก็มีแนวโน้มจะน่าเบื่อ ไม่มีความแปลกใหม่ ถึงจะใช้งานได้ ฟังก์ชั่นครบถ้วนก็เถอะ แต่ถ้าไม่มีซีกซ้าย ก็จะไม่สามารถตบลงสู่ความเป็น
จริง ข้อจำกัดต่างๆได้ เมื่อซีกขวาเก่งด้านตีฟู ซีกซ้ายเก่งด้านตบแฟบ เราก็ควรจะใช้ซีกขวาก่อน เพราะการตีฟูแล้วตบแฟบมันง่ายว่าการ
ตบแฟบ แล้วค่อยตีฟู กว่ากันมากกกกกกกกกกกก อันนี้ ตามหลักฟิสิกส์ กข เลยนะเนี่ย 555

โอเค.ตอนนี้เราหยิบซีกขวาออกมาแล้ว ซีกซ้ายพักไว้ในตู้เย็นก่อน แล้วเริ่มปล่อยให้ซีกขวาทำงาน เพื่อเราจะได้เห็น “ภาพรวม” และ
“คำตอบ” โดยการ คิดฟุ้ง เพ้อฝัน กระจัดกระจาย ที่เรียกให้เก๋ๆว่า BRAINSTORMING ซึ่งมีความหมายตรงตัวเลย เราลองนึกภาพ
พายุที่มันมีสมองหลายๆก้อน อยู่ในงวงพายุนั่นบินต่ำบินสูง หมุนวน ชนกัน ก็คือการที่ไอเดีย ความคิด ที่มันถูกตีฟูขึ้นมาจากพายุนั้น
เกี่ยวกับ WHAT WHY WHO WHEN WHERE HOW มันคืออะไร ทำไมต้องมัน(เปิดเพลงพี่เบิร์ดไปด้วย) มันมีไว้เพื่อใคร
ใช้มันตอนไหน ใช้มันที่ไหน ใช้มันอย่างไร เพื่อให้เรา “รู้จัก” กับ “มัน”(ที่ไม่ใช่ potato) มากที่สุด ฟุ้งขึ้นมาแล้วก็ยังไม่ต้องไปตัด
สินว่าถูกหรือผิด แต่ให้จับความคิดที่ฟุ้งๆโผล่ๆผลุบๆนั้นไว้ด้วยอุปกรณ์สุดแสนไฮเทคที่เหมาะสมกับสมองซีกขวาสุดๆ นั่นก็คือกระดาษ
/กระดาน กับ ปากกา/ดินสอ
Continue reading เริ่มต้นด้วยข้างขวา

Creative Brand 2

[audio:http://www.blog.ibargame.com/wp-content/uploads/2011/01/LinkCorner-Cant-live.mp3|titles=LinkCorner-Cant’ live]
Creative Brand ibargame

1.> ขั้นแรกเมื่อลูกค้า Brand Manager หรือเจ้าของสินค้าเข้ามาจะต้องให้กรอกแบบฟอร์ม เรียกว่า Fact & Wish (ความจริง
และความปรารถนา) ก่อน…ขั้นตอนนี้จะเป็นช่วงที่จะ Inspect เป็นการตรวจ Detect ให้พบ Health Condition ของ Brand
ในปัจจุบัน จะมีหลายๆข้อ ด้านหนึ่ง เป็น Fact ซึ่งลูกค้าต้องทำใจเป็นกลาง อีกด้านหนึ่งเป็น Wish ว่าลูกค้าปรารถนาให้เป็นอย่างไร
เช่นเรื่อง Image ที่ทันสมัยมีพลังได้ 5 แต่ความปรารถนาอยากจะให้ได้ 8 อะไรแบบนั้นเพื่อให้สามารถรู้ Condition ในปัจจุบัน
และ Direction ที่จะไปในอนาคต … ฟอร์มอันนี้นอกจากให้เจ้าของสินค้าหรือเจ้าของ Brand กรอกยังจะต้องให้ Target ของลูกค้า
กรอกด้วยเป็นการเช็ค Condition อย่างรวดเร็วเบื้องต้น คือถ้าลูกค้าไม่ได้อยากทำ Research ให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต แบบฟอร์มนี้
จะช่วยบ่งบอกและเข้าความเป็นจริงของแบรนด์ในวันนี้ ก่อนอื่นเลยเพราะจะได้รู้ว่าสถานภาพของ Brand ลูกค้าอยู่ตรงไหน ในปัจจุบัน

2.> ต่อมาเราจะเป็นหมอวินิจฉัยโรค คือจะมี ID ฟอร์ม I คือ Identify ส่วน D คือ Discover หรือ Diagnose ว่า Brand ลูกค้า
ป่วยด้วยเรื่องอะไร ฟอร์มนี้จะได้รู้ว่าจะต้องรักษาโรคด้วยวิธีไหน บ่งบอก Symptom และทิศทางในการรักษาเฉพาะตัว ไม่ใช่ทุก Brand
สามารถใช้สูตรสำเร็จเดียวกันได้หมดเลย เพราะมันต้องเป็น Customized Brand Solutions

3.> Soulscape คือต้อง Dig & Peel ซึ่งต้องขุดและปอกเปลือกให้ได้มากที่สุด มุมที่ 1. ก็คือมุมของ Brand ของลูกค้าเอง มาหา
ตัวตนของ Brand มาหาวิญญาณหรือพันธุกรรม ยีนของ Brand เพื่อหา Role และ Meaning ของ Brand ว่ากำลังเล่นบทไหนอยู่มี
Story อะไรอยู่และน่าจะเป็นอะไรต่อไป สูตรนี้ผสมกลมกลืนมาจากธาตุทั้ง 5 ของจีน ธาตุไม้คือความคิด ธาตุไฟคือพลังงาน น้ำจะเป็น
Emotion ดินจะเป็นแก่นสารสารประโยชน์ จิตวิญญาณก็คือธาตุทอง จะบอกโครงสร้างเบื้องต้นของ Brand ก่อนจะเจาะลึกหาโครงสร้า
งละเอียดและเผ่าพันธุ์เฉพาะเจาะจงย่อยต่อไป
Continue reading Creative Brand 2