พอดีผมกำลังทำงานชิ้นหนึ่งต้อง resize รูปจำนวน 120 รูป ที่ได้จากงาน 3Dmax ผมก็รู้สึกเหมือนกับว่าจะีมีวิธีหนึ่ง ที่ทำงาน
ย่อขนาดรูปได้ทีละหลายๆรูปในเวลาอันรวดเร็ว โดยใช้ Actions ใน Photoshop CS3 ยังไม่ได้ใช้ CS4 เพราะเครื่องที่
ออฟฟิตลงไม่ได้ แรมไม่พอ เครื่องที่ห้องเลยไม่อยากลง CS4 ไม่อยากมีปัญหาเวลาเอางานที่ออฟฟิตไปเปิดที่ห้อง (อาจจะไม่มี
แต่ด้วยความระแวงของผม อิอิ) ก็ค้นหาขุ้อมูลตามเวปไซต์ต่างๆเยอะเหมือนกัน แต่ก็ไปเจอ Video youtube นี่โดนสุดๆเข้าใจง่าย

Read More

Commart X-Gen 2010 24-27 มิถุนายน น้องของเพื่อนเด่นอยากไปดู Notebook สักตัวมาจากชลบุรี
ก็ขอไปด้วยเก็บภาพตามเดิม ที่ตั้งใจไปดูก็ Windows 7 Workshop , Office 2010 Blogger Day
Sony 3D TV,Samsung LG, จอแบบไร้สาย Wireless Display ในบูธ Intel และที่สำคัญ pretty girls อิอิ
ดูภาพเอาละักันไปแป๊ปเดียว คนเยอะมาก กับน้องเด่นต้องรีบกลับชลบุรี ไม่มีตังค์ด้วยอ่ะ ทีหลังจัดต้นเดือนสิ lol..

Reports เบื้องต้นที่เราควรดู

  • Bounce Rate
    Bounce Rate ก็คือตัวเลขที่บอกว่า คนที่เข้ามาใน Website แล้วก็ออกจาก Website นั้นไปเลย โดยที่ไม่ได้ click
    เข้าไปอ่านต่อในหน้าอื่นๆ ของ Website นั้นๆ พูดง่ายๆ ก็คือเข้ามาในหน้าใดหน้านึงใน Website ปุ๊บแล้วก็ออกไปเลยปั๊บ
    ตัวเลขตรงนี้สำหรับผม ถือว่ามีความสำคัญมากเลยทีเดียว เพราะมันจะเป็นตัวเลขที่บอกว่า Website ของเรานั้นประสพความ
    สำเร็จหรือไม่
    แต่ว่าตัวเลขตัวนี้จะเป็นข้อยกเว้น สำหรับ Websites ที่เป็นจำพวก Blogs ต่างๆ เพราะว่าคนที่เข้ามาอ่าน Blogs นั้น
    ส่วนใหญ่พวกเค้ามักจะเข้ามาอ่านในหัวข้อล่าสุด ซึ่งพออ่านจบแล้วคนเหล่านั้นก็จะออกจาก Blogs นั้นไปเลย เพราะฉะนั้น
    Bounce Rate ของ Websites ที่เป็น Blogs นั้นมักจะสูงกว่า Websites ประเภทอื่นๆ
  • Top Content
    เราสามารถที่จะรู้ได้ว่าคนที่เข้ามา Website ของเรานั้น พวกเค้าสนใจในเรื่องไหน หรือว่าหน้าไหน ของเรามากที่สุด
    ซึ่งเราก็สามารถที่จะรู้ได้ว่า เราควรที่จะมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ให้กับพวกเค้าในสิ่งที่พวกเค้าสนใจได้ ซึ่งข้อมูลตรงนี้จะเป็น
    ส่วนที่เพิ่มไอเดียให้กับเราได้ดีเลยทีเดียว ในเรื่องที่เราจะเขียนในสิ่งต่างๆ ที่จะนำมาเพิ่มให้กับ Website ของเรา
  • % Unique Pageviews ของหน้าแรกดู Link ที่เป็นหน้าแรก
    ในกรณีที่ Search Engines ต่างๆ ได้แสดงผล Website ของเราต่อคนที่ค้นหา ในหน้าที่ไม่ใช่หน้าแรกของเรา
    หรือที่เรียกว่า Deep Links นั้น เนื่องจากว่าไม่่จำเป็นเสมอไปที่ Search Engines จะแสดงผลเฉพาะหน้าแรกของเรา
    ให้กับคนที่ค้นหาทุกๆ ครั้ง ตัวอย่างเช่น หน้ารายละเอียดของสินค้าตัวใดตัวนึงใน Web E-Commerce ของเรา
    แล้วอีกอย่างนึงก็คือ ไม่จำเป็นเสมอไปที่ทุกๆ คนที่เข้ามาใน Website ของเราแล้ว จะเข้ามาอ่านหรือว่า click
    เข้าไปดูในหน้าแรกของเรา ซึ่งจากข้อมูลตรงนี้ก็จะบอกให้เราได้รู้ว่า เราควรที่จะใช้ความพยายาม หรือว่าเวลา ที่จะ
    ทุ่มเทในการปรับปรุงหน้าแรกของ Website เรามากน้อยแค่ไหน คือในบาง Website พวกเค้าจะใช้เวลา (รวมถึงเงิน)
    ในการปรับปรุงหน้าแรกของพวกเค้าให้ดูดีอยู่เสมอ โดยในขณะที่คนได้เข้าไปดูในหน้าแรกของเค้าน้อยมากๆ ซึ่งผลที่ได้ก็คือ
    มันอาจจะไม่คุ้มกับเงินหรือว่าเวลาที่เสียไป ในการปรับปรุงหน้าแรกของ Websites เค้า ซึ่งในขณะที่คนมักจะเข้าไปหน้าอื่นๆ
    ก่อนหน้าแรกของ Website
  • Read More

    การวิเคราะห์ Website หรือที่เรียกว่า Web Analytics นั้น ก็คือการที่เราเอาข้อมูลของผู้ที่เข้ามาดู Website ของเรา
    นำมาศึกษา หรือว่าวิเคราะห์ดูต่อว่า เมื่อคนเหล่านั้นได้เข้ามาอ่าน หรือว่าเข้ามาใน Website ของเราแล้วเนี่ย พวกเค้าทำ
    อะไรกัน ตัวอย่างง่ายๆ เช่น เราสามารถที่จะรู้ได้ว่า พวกเค้าใช้เวลาเท่าไหร่ในการอ่านเนื้อหาของ Website ของเราใน
    แต่ละหน้า (Average Time On Page) หรือว่าเวลาทั้งหมดที่พวกเค้าอยู่ใน Website ของเรา หรือดูว่าคนเหล่านั้น
    หลังจากที่ได้เข้ามาที่หน้าแรกของเรา แล้วเค้าไปที่หน้าอื่นของเราอีกหรือเปล่า (Path Analysis) ซึ่งนี่เป็นเพียงตัวอย่าง
    เล็กๆ น้อยๆ ในการที่ Web Analytics สามารถช่วยเราตอบโจทย์เหล่านีได้

    ในปัจจุบันก็มี Web Analytics Tools หลายๆ ตัวที่ออกมาให้เราได้ใช้กัน แต่ผมเชื่อว่าตอนนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก
    Google Analytics กันนะครับ ซึ่ง PCCompete! ของเราก็ใช้ Google Analytics เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการ
    วิเคราะห์ Website ของเราเหมือนกัน เหตุผลที่เราใช้ Google Analytics ก็ง่ายๆ นะครับ คือว่า
    (1) เราไม่ต้องเสียเงินในการที่จะใช้ Google Analytics
    (2) ง่ายมากๆ เพียงแค่ใส่ Google Analytics Tracking Code
    (3)Google Analytics มี Reports ให้เราได้ดูกันเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว

    Read More

    พวกพี่ๆที่ทำงานอยู่ kaspersky ชวนไปเตะบอลหลังจากไม่ได้เตะมาหลายปีแล้ว อยากไปเก็บภาพด้วย
    และเพื่อให้เข้ากับกระแส world cup 2010 ที่แอฟริกาใต้ ดูภาพเอานะครับ สนุกดี สนามหญ้าเทียม

    apple.com
    ความชัดเจนของ Steve Jobs ก็ประมาณว่า Flash ไม่จำเป็นอีกต่อไป ระบบส่วนใหญ่ของ apple เน้น
    touch – based มากกว่า ซึ่ง Adobe Flash ยังไม่ support touch screen แต่ถึงแม้ว่า adobe
    พัฒนา touch sceen ใน Flash คนเขียนโปรแกรมคงปวดหัวตาย ซึ่งในตอนนี้ผมยังไม่ได้ลองสัมผัส
    adobe CS5 แต่ก็มีเพื่อนๆ และอาจารย์ได้ลองบ้างแล้ว ซึ่งก็บอกว่า feature ของ CS5 สามารถทำ
    app บน iphoneได้ เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจจริงจังพอสมควรสำหรับเส้นทางสาย Flash Programming

    [ที่มาครับ]

    ส่วนตัวในความคิดของผม ผมคิดว่ามันยังไม่ชัดเจนซักเท่าไหร่ คงต้องติดตามข้อมูลของทาง
    adobe อีกทีครับ แต่ตอนนี้ผมเหมือนจะโดนโจมตี zero-day attacks เพราะปรกติตัว web main
    ของผมทำงานได้ปรกติ แต่ตอนนี้ต้องงัดของเก่ามาขึ้นแก้ไขไปก่อน ไม่เข้าใจเหมือนกัน ตัว zero-day attacks
    ตัวนี้จะเป็นช่องโหว่ของ Flash ทำให้ระบบการทำงานล่ม ซึ่งผมก็งงแดกเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้หลายเดือน
    ทำงานได้ปรกติ หรือว่าเป็นที่ตัวสคลิปของผม 5555+ แต่มันก็ทำงานมาหลายเดือนแล้วนะ ไม่ได้อัพเดทแก้สคลิปอะไรเลย

    ทั้งหมดก็เพื่อการพัฒนาเล่นอินเตอร์เน็ตบนมือถือ Mobile Browser นั่นเอง คงต้องติดตามกระชับพื้นที่
    ความสัมพันธ์ ระหว่าง apple กับ adobe กันต่อไป